เหมือนได้เจอเทวดา เมื่อ”ในหลวงร.9″เสด็จเยี่ยมราษฎรภาคใต้ ‘แม้แต่โจรยังมารอรับเสด็จ’

17 พฤศจิกายน 2020 | เรื่องเด่น
Loading...

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงทุ่มเทพระวรกาย ทรงงานหนักมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ไม่ว่าพสกนิกรของพระองค์จะอยู่ในที่ที่ทุรกันดารขนาดไหน พระองค์ก็จะเสด็จไปดับทุกข์ร้อนให้พสกนิกรเสมอ

Loading...

และเมื่อพระองค์เสด็จไป ก็ต่างมีพสกนิกรเข้าเฝ้ารอรับเสด็จกันเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่าหากได้เข้าเฝ้าในหลวง เหมือนได้พบกับเทวดา และนำความผาสุกมายังท้องที่นั้น แม้แต่โจรยังมารอรับเสด็จในหลวง

มื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟพระที่นั่งจากสถานีจิตรลดาไปทรงเยี่ยมราษฎร 14 จังหวัดภาคใต้ซึ่งในบางพื้นที่ที่มีประชาชนที่มีความแตกต่างทางศาสนา โดยเฉพาะในแถบจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่มีประชาชนนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรของพระองค์ได้เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะมีสัญชาติศาสนาใด หรือแต่งกายอย่างใด

Loading...

การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนภาคใต้ในช่วงต้นรัชกาลครั้งนี้ เล่าไว้ในความเรียงเรื่อง “พระบารมีปกเกล้า” โดยโอภาส เสวิกุลว่า ราษฎรไทยมุสลิมตื่นเต้นยินดีถึงกับอุ้มลูกจูงหลานออกมารับเสด็จกันชนิด “หมดบ้าน” เมื่อมีผู้ถามว่า “ไม่ห่วงกลัวขโมยขึ้นบ้านหรือ” ก็ได้รับคำตอบว่า “ไม่ห่วงหรอก เพราะขโมยก็มารับเสด็จเหมือนกัน”

Loading...

นับจากได้เสด็จเยือนภาคใต้ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวไทยมุสลิมด้านการส่งเสริมอาชีพ ทรงให้มีโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการเกษตรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส ทำให้ชาวไทยมุสลิมที่เคยยากจนเพราะไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นจนสามารถยกระดับฐานะครอบครัวให้ดีขึ้นเหมือนกับชาวไทยภาคอื่นๆ

เรียกได้ว่า พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นแผ่ไพศาลไปทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าคนยากดีมีจน ก็ต่างเฝ้ารอรับเสด็จ แม้แต่โจร ขโมย ก็ยังต้องยอมลงให้กับ พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นพระผู้มีพระเมตตา และเป็นเทวดาของพสกนิกรชาวไทย






Loading...



error: